45 ปี Nike Cortez จุดเริ่มต้นของการพัฒนารองเท้าวิ่งนวัตกรรมใหม่ๆอย่าง Nike Free

ปี 2560 นี้ Nike เปิดตัวรองเท้าผ้าใบในตำนาน “Cortez” หลังผลิตและวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อ 45 ปีก่อน โดยในคราวนี้ได้ เบลล่า ฮาดิด ซูเปอร์โมเดลแห่งยุคมาร่วมเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรองเท้าผ้าใบที่ได้ชื่อว่าเป็นไอคอนแห่งรองเท้าวิ่งตลอดกาล

รองเท้าผ้าใบ Nike Cortez วางจำหน่ายครั้งแรกในปีค.ศ. 1972 ซึ่งเป็นรองเท้าวิ่งที่เกิดจากความพยายามของ Bill Bowerman ในการพัฒนาสิ่งที่เหนือกว่าให้กับนักวิ่งอยู่เสมอ นอกจากนี้ Nike Cortez ยังเป็นรองเท้า Nike คู่แรกที่มีเทคโนโลยีอันโดดเด่นและสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ในยุคนั้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเวลาจะผ่านล่วงเลยมาหลายปีรองเท้า Nike Cortez ก็ยังคงเป็นรองเท้าที่แชมป์นักวิ่งเลือกใช้อยู่เสมอ หรือแม้แต่ในวงการจอเงิน โดยเฉพาะการปรากฏตัวในภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Forrest Gump ที่ได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในงานอคาเดมี่ อวอร์ด(รางวัลออสการ์) เมื่อปีค.ศ. 1994 จนทำให้รองเท้าคู่นี้กลายเป็นไอเท็มยอดฮิตในแถบชายฝั่งภาคตะวันตกของสหรัฐฯ

ภาพยนตร์ Forrest Gump

โจแอน เบนวา ซามูเอลสัน นักวิ่งมาราธอนหญิงคนแรกที่สามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันโอลิมปิกที่ลอส แองเจลิส ในปีค.ศ. 1984 ได้กล่าวว่า “Nike Cortez คือรองเท้าสุดคลาสสิกที่ทำให้ฉันนึกถึงช่วงแรกที่ก้าวเข้าสู่วงการกีฬา รองเท้าคู่นี้ทำให้ฉันรู้สึกมั่นใจและสามารถทำให้ฉันสามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้อย่างเต็มที่”

สำหรับรองเท้า Nike Cortez รุ่นแรกที่ออกแบบมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะนั้นวางจำหน่ายเป็นครั้งแรกในปีค.ศ. 1974 โดยมีชื่อว่า ซินญอริต้า คอร์เทซ ซึ่งมีรูปลักษณ์ภายนอกและคุณสมบัติในการใช้งานที่ตรงตามแบบรุ่นดั้งเดิมทุกประการ อีกทั้งยังเป็นรองเท้าของ Nike ที่ขายดีที่สุดในยุค 70 อีกด้วย ต่อมาในปีค.ศ. 1977 Cortez ก็ได้ปรากฎโฉมในละครโทรทัศน์ทั่วประเทศ หลังถูกเลือกเป็นเครื่องแต่งกายของนักแสดงหญิง ส่งผลให้กลายเป็นรองเท้ายอดฮิตในหมู่ผู้หญิงในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆทั่วโลก เรียกได้ว่ารองเท้าผ้าใบ Nike Cortez นั้นเป็นรองเท้าที่เข้ากับทุกสไตล์และทุกเทรนด์แฟชั่นเลยก็ว่าได้

เราได้รู้เรื่องราวความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของรองเท้า Nike Cortez กันมาส่วนหนึ่งแล้ว แต่อยากจะบอกว่าก่อนจะมาเป็นรองเท้าในตำนานที่ผ่านการเวลามาอย่างยาวนานถึง 45 ปีนั้น ก็มีอุปสรรคให้ต้องปวดหัวไม่น้อยเลยทีเดียว

โดยย้อนไปในช่วงที่ Nike ยังไม่ถูกตั้งเป็นแบรนด์ขึ้นมา เป็นเพียงร้านขายรองเท้าและบริษัทที่ชื่อว่า Blue Ribbon Sports ที่นำเข้ารองเท้าวิ่งแบรนด์ Onitsuka Tiger (ในปัจจุบันคือแบรนด์ ASICS) จากประเทศญี่ปุ่นมาวางขายที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยประสบการณ์ของ Bill Bowerman ที่เป็นโค้ชให้กับมหาวิทยาลัยโอเรกอนซึ่งเคยพานักกีฬาคว้าแชมป์ NCAA outdoor championships ในปี 1962, 1964, 1965 และ 1970 อีกทั้งยังทำให้ทีมชาติสหรัฐอเมริกาคว้าได้ถึง 6เหรียญทองในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ทำให้ Bill ได้ควบหน้าที่พัฒนาไอเดียรองเท้าใหม่ ๆ ให้ Onitsuka Tiger ไปด้วย และรองเท้า Cortez ก็เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ในช่วงนั้น

Bill Bowerman

Concept ของ Cortez เกิดขึ้นมาด้วยไอเดียของ Bill Bowerman ผู้เป็นที่ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ให้กับ Onitsuka Tiger ได้ทดลองเอาพื้นรองเท้ากีฬาของ Onitsuka Tiger 2 รุ่นมาสอดไส้กัน โดยให้พื้นที่แข็งและทนทานของรองเท้ารุ่นหนึ่งประกบกับแผ่นโฟมที่นุ่มและเด้งกว่าจากรองเท้าอีกรุ่นหนึ่ง จึงออกมาเป็น Tiger Cortez รองเท้าวิ่งระยะไกลรุ่นแรกที่มีทั้งความสบายและทนทานในคู่เดียวกัน

Onitsuka Tiger cortez

รองเท้า Onitsuka Tiger cortez ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าทั้งในญี่ปุ่นและอเมริกา และส่งผลให้ชื่อของรองเท้า Onitsuka Tiger ดังยิ่งขึ้นไปอีกในหมู่นักวิ่งมืออาชีพและสมัครเล่น โดยรุ่นนี้ได้กลายเป็นรุ่นหลักในการทำเงินให้กับ Blue Ribbon Sports ที่สามารถขายรองเท้ารุ่นนี้ได้เร็วพอๆกับที่ซื้อเข้ามา และเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มยอดขายของบริษัทให้โตเร็วถึง 2 เท่าต่อปี

อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่าง Blue Ribbon Sports กับ Onitsuka Tiger ก็มีแต่จะแย่ลงเรื่อย ๆ เนื่องด้วยผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวกัน บวกกับปัญหาในการส่งสินค้าจากญี่ปุ่นมาสหรัฐฯที่มักจะช้าและไม่ค่อยทันเวลากับความต้องการของตลาดนัก ทำให้ทีมงานของ Blue Ribbon Sports ตัดสินใจเริ่มที่จะทำรองเท้าเป็นของตัวเองขึ้น โดยใช้ชื่อว่า Nike นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่ารองเท้ารุ่นที่ว่านั้นก็คือ Nike Cortez

Nike Cortez

เหตุการณ์นี้จึงถือว่าเป็นจุดแตกหักอย่างสมบูรณ์กับแบรนด์ Onitsuka Tiger และเกิดการฟ้องร้องกันใหญ่โต โดยผลการฟ้องร้องนั้นไม่มีข้อมูลที่อ้างอิงได้อย่างชัดเจน แต่เหมือนกับว่าทั้งสองแบรนด์จะได้สิทธิ์ในส่วนของรูปแบบผลิตภัณฑ์แต่ชื่อ Cortez นั้นทาง Nike เป็นฝ่ายได้มาในที่สุด ส่วน Onitsuka Tiger cortez จึงต้องเปลี่ยนชื่อเป็น onitsuka tiger corsair แทน

 onitsuka tiger corsair

 

รองเท้า Nike Cortez ยังได้รับการพัฒนาไปเรื่อยๆ และได้เป็นรากฐานของการผลิตรองเท้า Nike รุ่นอื่นๆอีกมากมาย เช่น Nike Bruin และ Nike Blazer ไปจนถึงรองเท้าวิ่งในยุคปัจจุบันนั่นก็คือรองเท้าวิ่งในตระกูล Nike Free นั่นเอง

Nike Bruin

Nike Blazer

Nike Free

และเนื่องในโอกาสครอบรอบ 45 ปีของการวางจำหน่ายรองเท้าผ้าใบ Nike Cortez บรรดาผู้มีชื่อเสียงและผู้ที่หลงใหลในรองเท้าผ้าใบจึงมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ที่พวกเขามีต่อรองเท้าอมตะตลอดกาลรุ่นนี้

อันเดรีย ลิเบอร์แมน ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์และผู้ก่อตั้งบริษัท เอ.แอล.ซี.

สิ่งแรกที่ผมนึกถึงคอร์เทซก็คือ รองเท้าผ้าใบสีขาวที่ตัดด้วยโลโก้ไนกี้สีแดง จุดเริ่มต้นของผมเกิดขึ้นในช่วงยุค 80 ที่นิวยอร์ก ซึ่งเป็นช่วงที่ผมกำลังหลงใหลในดนตรีและสตรีทแฟชั่นอย่างมากจนกลายมาเป็นอาชีพการงานของผมในที่สุด แล้วคอร์เทซก็เป็นรองเท้าที่ผมมักจะใส่เป็นประจำ เพราะมันคือสัญลักษณ์ของดนตรีฮิปฮอปแห่งนิวยอร์กและดีเอ็นเอของเอ.แอล.ซี. ทั้งๆ ที่มันมีต้นกำเนิดมาจากฝั่งแคลิฟอร์เนียก็ตาม ด้วยเหตุนี้ ผมจึงเลือกใส่คอร์เทซมาโดยตลอด

อัลเลออาลิ เมย์, สไตล์ลิสท์

พ่อของฉันซื้อรองเท้ารุ่นคอร์เทซคู่แรกให้ที่ร้านออกงานในห้างสรรพสินค้าสลอว์สัน (SLAUSON) ตอนนั้นฉันอายุประมาณ 7-8 ปี รองเท้าคู่นั้นเป็นสีดำล้วน ตัดด้วยตราสัญลักษณ์ของไนกี้สีขาวที่ด้านข้าง ฉันจำได้ว่ามันเป็นรองเท้าที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะสมัยนั้นฉันยังต้องใส่เครื่องแบบของโรงเรียนอยู่เลย เพราะฉะนั้น สิ่งเดียวที่ฉันสามารถเลือกใส่ได้ตามใจชอบก็มีแต่รองเท้าเท่านั้น โดยส่วนตัวฉันเองก็ชื่นชอบการแต่งกายแนวสปอร์ตอยู่แล้ว นั่นก็เพราะว่าครอบครัวของฉันมักจะซื้อรองเท้าผ้าใบให้เป็นของขวัญเสมอ ยิ่งไปกว่านั้นฉันก็มีความหลงใหลในวัฒนธรรมฮิปฮอปในยุค 80 และยุค 90 ด้วย ฉันจำได้ว่าฉันเคยชมภาพยนตร์หลายเรื่องในยุค 90 ที่มีการถ่ายทำในแอลเอ ซึ่งเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของฉันเอง มันจึงทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวฉันเองก็มีส่วนในการเผยแพร่วัฒนธรรมของเราให้กระจายไปทั่วโลกด้วยเช่นกัน ฉันเติบโตมาจากย่านเซาธ์เซนทรัลของนครลอส แองเจลิส และฉันก็จำได้ว่าทุกๆ คนที่สวมเสื้อฮู้ดจะต้องใส่รองเท้ารุ่นคอร์เทซด้วย ฉันจึงรู้สึกว่าคอร์เทซเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ แรปเปอร์ทุกคนในเมืองจะต้องใส่รองเท้ารุ่นคอร์เทซเท่านั้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของทุกๆ อย่าง เพราะเมื่อเด็กๆ เห็นภาพเหล่านี้ พวกเขาก็จะมีความรู้สึกอยากทำตามเพราะพวกเขาคิดว่ามันดูเท่นั่นเอง

แมเดอลีน พูล ศิลปินและนักออกแบบลายเพ้นท์เล็บ

ครั้งแรกที่ฉันได้ใส่รองเท้าผ้าใบไนกี้ คอร์เทซ ก็คือตอนที่ฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ที่ลอส แองเจลิส และได้ไปพบกับสไตลิสท์ที่ชื่อว่า คามิลล์ คาร์เมนเดีย เธอชอบใส่รองเท้าคู่นี้เป็นประจำจนกลายเป็นภาพที่ชินตาไปเลย แล้วเธอก็ได้เล่าประวัติความเป็นมาของรองเท้ารุ่นนี้อย่างละเอียด แถมยังเอารองเท้ารุ่นนี้ทุกสีที่มีมาให้ฉันดูอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ฉันก็มักจะถามตัวเองอยู่เป็นประจำว่า ถ้าฉันไม่มีรองเท้ารุ่นนี้ ฉันจะแต่งตัวยังไงดี ส่วนคู่โปรดที่ฉันมักจะใส่บ่อยๆ ก็คือรุ่นไนกี้ไชน่า (NAI KE CHINA) ที่มีสีแดง สีขาว และสีน้ำเงิน ผสมผสานกันอย่างลงตัว ถึงแม้ว่าตอนนี้สภาพของมันจะแย่มากแล้ว แต่ฉันก็ยังคงใส่มันไปเรื่อยๆ ฉันเป็นคนที่ชอบการผสมผสานเครื่องแต่งกายแนวคลาสสิกเข้ากับสไตล์การแต่งตัวต่างๆ อย่างแนบเนียน ซึ่งสไตล์การแต่งตัวของฉันก็มีทั้งแบบคลาสสิกและแบบล้ำสมัย แต่รองเท้าที่ฉันเลือกใส่นั้นจะมีอิทธิพลต่อสไตล์การแต่งตัวมาทุกทศวรรษ ซึ่งคอร์เทซก็เป็นรองเท้าคู่เดียวที่ทำให้ฉันนึกถึงยุค 70 80 90 และยุคปัจจุบัน

และล่าสุดกับรองเท้า Nike Cortez 2017 คอลเลคชั่น ที่มากับสี original พร้อมด้วยสีอื่นๆในโทนสุดพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจากเมืองต่างๆในประเทศสหรัฐอเมริกา (Compton, Los Angeles และ Oregon) โดยเฉพาะกับโทนสีที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก “University of Oregon” สถานที่อันเป็นจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจ และนวัตกรรมใหม่ๆ ให้แก่นักกีฬาทั่วโลก มีจำหน่ายแล้วที่ร้านไนกี้ ช็อป ทุกสาขา ร้านตัวแทนจำหน่าย และเว็บไซต์ nike.com

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : www.facebook.com/allrisebrand, www.facebook.com/carnivalbkk, และ Nike.com

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*


*